12 Jan.

.

05 Jan.

.

23 Junปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ด

16

ความชื้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดทุกชนิดจนกระทั่งถึงระยะออกดอก แต่ภายในดอกเห็ดถ้าหากมีความชื้นมากเกินไป เส้นใยเห็ดจะชุ่มน้ำมากเกินไปและอาจตายได้ จะสังเกตเห็นว่าดอกเห็ดเล็ก ๆ ที่ถูกรดด้วยน้ำจะไปชุ่มอยู่บริเวณรอยต่อของเส้นใยกับดอกเห็ด ทำให้ส่งสารอาหารที่จำเป็นไปเลี้ยงดอกเห็ดไม่ได้ ทำให้ดอกเห็ดฝ่อและตายลงได้ แต่ถ้าแห้งเกินไปดอกเห็ดก็จะกระด้างและมีรอยแตก เป็นดอกเห็ดแคระไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร

แสง ถือว่ามีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และมีส่วนช่วยในการรวมตัวของเส้นใยเห็ดอย่างมาก แต่แสงก็ไม่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของดอกเห็ดเลย มิหนำซ้ำยังเป็นตัวทำให้ดอกเห็ดเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่าเห็ดที่เกิดขึ้นในที่มืดกับที่แจ้งจะมีความแตกต่างกันคือ เห็ดที่เกิดในที่แจ้งมีมีสีค่อนข้างคล้ำ ส่วนเห็ดที่เกิดในที่มืดจะมีสีขาวน่ารับประทานเป็นที่นิยมของผู้บริโภค

อากาศ ถือว่ามีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของดอกเห็ดอย่างมาก เพราะในทุกระยะของการเจริญเติบโตของเห็ดล้วนต้องการอากาศในการหายใจทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เห็ดกำลังจะเกิดดอกและเริ่มเป็นดอกเห็ดแล้ว เราจะสังเกตเห็นว่าถ้าภายในแปลงเพาะหรือโรงเรือนเพาะเห็ดมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป เส้นใยเห็ดจะเจริญเติบโตช้าลงหรืออาจชะงักการเจริญเติบโตไปเลย ดอกเห็ดก็จะยืดยาวออกในลักษณะผิดปกติ และที่สำคัญคือผิวของดอกเห็ดจะหยาบขรุขระคล้ายผิวคางคกไม่น่ารับประทาน

ความเป็นกรดด่าง (PH) ก็ถือว่ามีความสำคัญต่อการเพาะเห็ดเช่นกัน โดยเฉพาะเห็ดฟางที่ชอบสภาพอากาศที่เป็นกลางหรือมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย ถ้าวัสดุเพาะมีความเป็นกรดมากเกินไปจะทำให้บัคเตรีในกองฟางไม่เจริญเติบโต และไม่ยอมย่อยสลายโมเลกุลขนาดใหญ่ให้เล็กลงได้ เส้นใยเห็ดฟางก็จะไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ การเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดก็จะน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งความเป็นกรด – ด่างที่เหมาะสมสำหรับเห็ดฟางควรอยู่ประมาณ 5 – 8 ถือว่าเหมาะสมที่สุด

27 Aprเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็คือการควบคุมเห็ดฟางด้วยระบบคอมพิวเตอร์

8

การเพาะเห็ดในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต มีความรู้สึกว่ามีความต้องการทวีมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันประสบกับภัยแล้ง มีคนต้องการหารายได้ มีคนต้องการสร้างงาน และพอดีกับวัสดุที่เหมาะกับการเพาะเห็ดในประเทศไทยมีมาก นอกจากนี้แล้วการเพาะเห็ดในอนาคต จะนำไปสู่การผลิตเห็ดเพื่อรักษาโรค โดยการใช้เห็ดเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้อย่างหลากหลายยกตัวอย่างเช่น การนำเห็ดหลินจือมารักษาโรคเบาหวาน หรือว่าการบริโภคเห็ดฟางเพื่อบำบัดโรค การเพิ่มภูมิคุ้มกันภูมิแพ้ หรือใช้เห็ดโคนน้อยเพื่อไปรักษาไขมันในหลอดเลือด นอกจากตรงนี้แล้วเพาะเห็ดแล้วขายได้ ขายได้ก็มีการสร้างงานทำให้มีรายได้เกิดขึ้นประกอบกับการเพาะเห็ดเพียงไม่กี่วัน เห็ดบางชนิด เช่น เห็ดฟางนี 7 วัน หรือ 8 วัน ก็สามารถเพาะออกมาจำหน่ายหรือบริโภคได้เห็ดบางเห็ดเพาะครั้งเดียวอย่างเช่นเห็ดหูหนูเก็บเป็นปีนะครับ เห็ดถ้าเพาะกับต้นไม้ใหญ่ ๆ หน่อยสามารถเพาะได้ถึง 2 ปี ก็มี คือให้ผลผลิตตลอดเวลา ให้ผลผลิตตลอดเวลาถูกต้อง

เทคโนโลยีในภาคปฏิบัติ คือในสิ่งซึ่งใครมาเรียนรู้แล้วสามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างได้ผล ซึ่งหลากหลายความต้องการที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ สู่กระบวนการวิจัย สู่กระบวนการปฏิบัติงานจริงของเกษตรกร ของนักวิชาการ แล้วก็ปรับแก้จนเราเข้าใจว่าได้แล้ว ก็จะนำมาบรรยายอิงวิชาการ เน้นเทคโนโลยีปัจจุบันต้องมีการสาธิตในแต่ละชนิดของเห็ด ยกตัวอย่างเช่น ความต้องการการเพาะเห็ดฟางของเกษตรกรไทย หรือประชาชนคนไทยค่อนข้างจะมากที่สุด การเพาะเห็ดฟางแบบใหม่ ซึ่งก็ต้องนำเรียนว่าเป็นแท่งเพาะเห็ดฟางสำเร็จรูป เดิมเห็ดฟางในโรงเรือนแล้วมาเห็ดฟางในตะกร้า เห็ดฟางในถุงพลาสติก ตอนนี้เป็นแท่งเพาะเห็ดฟางสำเร็จรูป ทำให้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเพาะเห็ดฟางไว้บริโภคอาจจะซื้อแท่งเห็ดฟางมาจุ่มน้ำแล้วก็ยกขึ้น แล้วก็เพาะให้เกิดดอกทันทีได้ คือมิติอีกมิติหนึ่งที่ใหม่ล่าสุด ตอนนี้ผลิตปุ๋ยเพื่อใช้กับเห็ดสำเร็จแล้ว เป็นปุ๋ยอินทรีย์ 100% ผลิตจากมูลค้างคาวที่เป็นสารธรรมชาติไม่มีพาตกค้างและไม่มีสารที่เป็นอันตราย ซึ่งสามารถยกระดับผลผลิตในระดับปกตินี่ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ก็เป็นสิ่งใหม่เหมือนกัน

เทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็คือการควบคุมเห็ดฟางด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เสียบปลั๊กแล้วรอออกดอก ใหม่ล่าสุดไม่ได้เผยแพร่ที่ไหนเลยและก็วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยนาทเป็นสถานที่ที่วิจัยงานตรงนี้ออกมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระนครเหนือ ก็ได้ทุนจาก สกว. มา และวันนี้ก็พร้อมที่จะนำเสนอและเผยแพร่ในบางส่วนที่เหมาะสม หลากหลายความต้องการในการเพาะเห็ดฟางก็ขึ้นอยู่กับเกษตรกรที่จะเลือกวิธีใด แต่ถ้าหากว่าเป็นเกษตรกรเพื่อการค้า หรือจะทำแบบใหญ่โตหน่อย ก็ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงกว่านี้ ก็มีความหลากหลายให้เลือกทางการเกษตร

21 Marความสำคัญของการผลิตเห็ดของโลกในปัจจุบัน

นอกจากเห็ดจะมีความสำคัญในแง่ของการเป็นแหล่งอาหารให้แก่มนุษย์ ที่นิยมบริโภคกันอยู่ในปัจจุบันแล้วเห็ดยังมีประดยชน์และความสำคัญในด้านอื่นๆ

การผลิตเห็ดของโลกในปัจจุบันมีประมาณ 4.27 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นการผลิตเห็ดแชมปิญอง 37.2% ประเทศที่ผลิตมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา จีน และฝรั่งเศส ตามลำดับ รองลงมาคือ เห็ดสกุลนางรม 21.5% เห็ดหอม 12.2% มีประเทศญี่ปุ่นและจีน เป็นผู้ผลิตมากที่สุด สำหรับเห็ดฟางผลิตมากเป็นอันดับ 5 ของโลก ประมาณ 270,000 ตัน โดยมีการผลิตอยู่ประมาณ 6% ของปริมาณเห็ดทั่วโลก ประเทศที่ผลิตมากคือ จีน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย ส่วนประเทศที่ผลิตเห็ดเพื่อส่งออกมากที่สุดได้แก่ จีน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตามลำดับ ในปี 2533 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ผลิตเห็ดแห้งได้ถึง 29,000 ตัน ซึ่งเป็นผลผลิตที่มากที่สุดในโลก

สำหรับการผลิตของประเทศไทยในแต่ละปี มีประมาณ 120,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 12,000 ล้านบาท เห็ดที่นิยมผลิตส่วนใหญ่คือ เห็ดฟาง สูงถึง 75% และเห็ดที่ผลิตในแต่ละปีจะถูกใช้บริโภคในประเทศประมาณ 70% นอกจากเห็ดฟางแล้วยังพบว่ามีการผลิตเห็ดสกุลนางรม เห็ดหูหนู เห็ดหอม และเห็ดแชมปิญอง

การเป็นอาหารสำหรับมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่า fungi as food ในแง่ทางโภชนาการนั้น ถือว่าเห็ดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีปริมาณโปรตีน เกลือแร่ และเส้นใยสูง แต่มีไขมันอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้การบริโภคเห็ดเพาะเลี้ยงจะปลอดภัยจากสารพิษ เพราะไม่ได้นำสารเคมีที่เป็นพิษเข้ามาเกี่ยวข้อง และในขนาดพื้นที่ที่ใกล้เคียงกันแล้ว การผลิตเห็ดจะสามารถให้รายได้ตอบแทนสูงกว่าพืชอื่นหลายชนิด เนื่องจากการผลิตเห็ดเป็นการผลิตที่ ใช้พื้นที่น้อยกว่า พืชอื่น สามารถใช้ วัสดุเหลือใช้ จนสามารถผลิตดอกเห็ดที่ให้คุณค่าทางอาหาร เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และธาตุอาหาร เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ได้

การนำไปใช้เป็นยาป้องกันและรักษาโรค(Medicinal products): เห็ดบางชนิดยังพบว่ามีสรรพคุณป้องกันและรักษาโรค จึงทำให้มีการบริโภคเห็ดกันมากขึ้น เพราะในเห็ดเหล่านั้นมีสารเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายต่อโรคร้ายบางชนิด รวมทั้งมีสารที่สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ในส่วนของการนำมาเป็นอาหารซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคุณค่าทางโภชนาการโดยตรง และรวมถึงการนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาโรคที่เกิดกับมนุษย์

การใช้เป็นยารักษาโรค ราชั้นต่ำจะนำมาใช้เป็นยาที่สำคัญ คือ สารปฏิชีวนะจากราเพนนิซิเลียม ซึ่งมักจะปนเปื้อน (contaminant) ในการเพาะเลี้ยงเห็ด แต่ในเห็ดนั้นมีการนำมาใช้ประโยชน์ด้านนี้อยู่เช่นกัน ยารักษาโรคที่สกัดจากดอกเห็ด ซึ่งเป็นราชั้นสูงจะใช้กันในแถบเอเชีย สารสกัดจากเห็ดที่ใช้เป็นยาคือ สารโพลิแซคคาไรด์ ที่มีสารประกอบอยู่หลายอย่าง ใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคโดยไม่มีผลข้างเคียง สารประกอบโพลิแซคคาไรด์ที่พบในเห็ดหอม ได้แก่ สารเลนไทโอนิน (lentionin) ที่นิยมกันในตลาดของญี่ปุ่น