23 Febการเพาะเห็ดขายเป็นอาชีพเสริมในการสร้างรายได้

myco-lich.com

ในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านอาชีพ ด้านอุปโภค บริโภคต่างๆ ทำให้การใช้จ่ายก็สูงขึ้นเช่นกัน การหาอาชีพเพื่อหารายได้เสริมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะได้รายได้พิเศษเพิ่มเติมจากรายได้หลักแล้วยังเป็นการเสริมทักษะและได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยได้รู้อีกด้วย อย่างเช่น การเพาะเห็ด ก็เช่นเดียวกันซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เกิดรายได้เพิ่มเติม เพราะในการเพาะนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ดูแล 24 ชั่วโมง โดยที่เราสามารถทำงานหลักได้อย่างเต็มที่ อีกอย่างขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยากนัก ลงทุนไม่มากแต่ผลตอบแทนสูง เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสของคนรักสุขภาพในการบริโภคเห็ดชนิดต่างๆเข้ามาเสริม ทำให้โอกาสที่จะขายเห็ดได้ดีมีค่อนข้างสูง ทั้งนี้ในการเพาะเห็ดแต่ละชนิดโดยทั่วไปแล้ว ไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งวิธีการเพาะนั้นมีหลายหลายรูปแบบ เช่น การเพาะเห็นในโรงเรือน การเพาะเห็นในนาข้าว การเพาะเห็นในตะกร้า การเพาะเห็นแบบกองเตี้ย และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละบุคคลด้วย

ในที่นี้จะยกตัวอย่างป็นการเพาะเห็ดฟางในตะกล้า เนื่องจากการเพาะเห็ดฟางในตะกร้านั้น ใครๆก็ทำได้ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากจะเริ่มต้นและมีความตั้งใจที่จะทำเป็นอาชีพเสริม เพราะการเพาะในตะกล้าจะใช้พื้นที่น้อยลงทุนไม่สูง วัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็หาง่ายมีอยู่รอบตัว ซึ่งจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมโดยเตรียมก้อนเชื้อเห็ดฟาง ตะกร้าพลาสติก ฟางข้าว โรงเรือน พลาสติกและวัสดุพลางแสง และอาจจะต้องใส่พวกอาหารเสริมลงไป อย่างเช่น ผักตบชวา รำละเอียด และอื่นๆสำหรับวิธีการเพาะเห็ดฟางมีดังนี้ 1.ทุบก้อนเชื้อเห็ดฟางในถุงให้แตกพอประมาณแต่ไม่ต้องให้ถึงกับละเอียด นำมาผสมกับแป้งสาลี 1ช้อนชา จากนั้นแบ่งก้อนเชื้อเห็ดฟางออกเป็น 2กอง กองละเท่าๆกัน 2.ให้ใส่ฟางข้าวที่ผ่านการแช่น้ำไว้แล้ว 1 คืน ลงไปในตะกร้า 3.โรยอาหารเสริมลงไป จะเป็นผักตบชวาที่หั่นไว้หรือรำละเอียดก็ได้ 4.นำเชื้อเห็ดฟางมาโรยรอบๆทับไปบนอาหารเสริม โดยเน้นโรยที่ช่องของตะกร้า 5.ทำชั้นที่ 2 ชั้นที่ 3 ด้วยวิธีการเดิมแบบข้างต้น 6. นำตะกร้าเห็ดฟางไปวางไว้บนพื้นที่ที่เราเตรียมไว้ วางไว้บนเหนือพื้นดินประมาณ 3-4นิ้ว 7.จากนั้นก็นำโครงไม้ไผ่มาครอบตะกร้า 8.นำพลาสติกมาคลุมโครงด้านบนถึงพื้นให้มิดชิดจากนั้นก็คุมด้วยวัสดุพลางอีกที

จะเห็นได้ว่าช่องทางทำเงินทางการตลาดในการขายเห็ดฟางนั้นมีหลายช่องทางมาก ขึ้นอยู่กับว่าจะขายในช่องทางไหน ไม่ว่าจะติดประกาศให้คนเข้ามารับซื้อในฟาร์ม จะวางขายที่หน้าฟาร์ม หรือจะส่งตลาดสดก็ได้ นับว่าเป็นการสร้างรายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

15 Janการเพาะเห็ดหลินจือสร้างธุรกิจให้สวยงามได้


เห็ดหลินจือหรือเห็ดหมื่นปี จัดเป็นเห็ดที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งที่มีสรรพคุณทางด้านเภสัชหรือเป็นยารักษารักษาโรค เห็ดชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย แต่ชาวบ้านทั่วไปจะรู้จักในนามของเห็ดจวักงู นอกจากนี้ยังได้มีการวิจัยศึกษาว่าเห็ดนี้สามารถลดครอเรสเตอรอลในเส้นเลือดได้

จากการที่ชาวจีนส่วนใหญ่เชื่อว่าเห็ดชนิดนี้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้ผู้บริโภคมีอายุยืนยาว จึงเรียกชื่อเห็ดพวกนี้ว่าเห็ดหลินจือ ซึ่งคนไทยเรียกว่าเห็ดหมื่นปี เพื่อให้มีความหมายสอดคล้องกับคุณสมบัติของเห็ด โครงสร้างของเห็ดชนิดนี้ จะมีลักษณะแห้งและแข็งเหมือนเนื้อไม้ ถ้าหากนำดอกเห็ดมาชุบยากันแมลง แล้วอบให้แห้งจะสามารถเก็บเห็ดชนิดนี้ได้นานนับชั่วอายุคน แต่ไม่ใช่หมายความว่าดอกเห็ดหลินจือที่เจริญเติบโตฌติบโตตามธรรมชาติจะมีอายุถึงหมืนปี

ลักษณะธรรมชาติของเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือจัดเป็นเห็ดที่เจริญเติบโตได้ดีในธรรมชาติ โดยเจริญเติบโตตามโคนไม้ ในเขตอบอุ่นและเขตร้อน จากการศึกษาพบว่า เห็ดหลินจือเจริญเติบโตได้ดีบนตอไม้ที่ตายแล้ว โดยเฉพาะ ต้นคูน ก้ามปู หางนกยูงฝรั่ง ยางพารา ฯลฯ แต่ในบางครั้งพบว่าเห็ดชนิดนี้เป็นปรสิตของรากพืช จึงทำให้นักวิชาการหลายท่านเป็นห่วงว่า ถ้าเห็ดพวกนี้แพร่ระบาดออกไป อาจจะทำลายป่าไม้หรือทำลายพืชผลบางชนิดได้ ทั้งนี้เนื่องจากมีรายงานจากประเทศมาเลเซียว่าเห็ดชนิดนี้เป็นเชื้อที่ทำให้ เกิดโรคลำต้นเน่าในต้นปาล์ม และโรครากเน่าในมะพร้าว

คุณสมบัติของเห็ดหลินจือในการรักษาโรค
เห็ดหลินจือเป็นเห็ดสมุนไพร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้ผู้บริโภค มีอายุยืนนานโดยเฉพาะชาวจีนเชื่อกันว่า เห็ดหลินจือมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ นับเป็นพันปีๆ มาแล้ว ประกอบกับเห็ดหลินจือที่ขึ้นตามธรรมชาติมีน้อยมาก จึงทำให้เห็ดหลินจือมีราคาแพงมาก ต่อมาได้มีการศึกษาเกี่ยวกับ สรรพคุณของเห็ดหลินจือในการรักษาโรคต่างๆ อย่างกว้างขวางมีรายละเอียดพอสรุปได้ดังนี้
1. สารและประเภทของสารในเห็ดหลินจือ จากการสกัดสารต่างๆ ที่พบในเห็ดหลินจือและมีสรรพคุณในการรักษาโรคมีหลายชนิด
2. คุณค่าทางอาหาร เห็ดหลินจือมีสารอาหารที่พบทั่วไป หลายอย่างโดยเฉพาะแร่ธาตุพวกโพแทสเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ วิตามิน ฯลฯ
3. สรรพคุณต่อต้านเนื้องอก จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า เห็ดหลินจือมีสารที่สามารถต่อต้านเนื้องอก (antitumor) สารดังกล่าวคือ (1-3)-b-D glucan ซึ่งจัดเป็นสารพวก polysaccharide สารพวกนี้ยังพบในพวกเห็ดหอมและเห็ดอื่นๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน
4. สรรพคุณในการรักษาโรคอื่นๆ จากรายงานการวิจัยสารสกัดจากเห็ดหลินจือในการรักษาโรคชนิดต่างๆ พบว่า สารที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือสามารถรักษา โรคแพ้ โรคความดัน โรคตับ โรคกระเพาะ ลดน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความต้านทานโรค โดยการทดสอบกับหนู และยังมีเอกสาร รายงานว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคการอุดตันของเส้นเลือด โรคหลอดลมอักเสบ ฯลฯ

18 Decอาชีพการเพาะเห็ดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ดี

เห็ดเป็นอาหารที่คนทั่วไปนิยมบริโภคเนื่องจากมีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงโดยเฉพาะโปรตีน  วิตามินและเกลือแร่ ปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้เห็ดที่รับประทานได้ บางชนิดยังมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคอีกด้วยประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดหลายชนิด ประกอบกับมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถใช้เพาะเห็ดได้อยู่หลายชนิดและหาได้ไม่ยาก กรรมวิธีการเพาะเห็ดแม้จะมีหลายขั้นตอนแต่ก็ใช้ระยะเวลาในการเพาะสั้น  สามารถเพาะได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการเพาะเห็ดในถุงพลาสติกเป็นการเพาะเลียนแบบธรรมชาติและมีการพัฒนาการเพาะกับเห็ดมากมายหลายชนิด ปัจจุบันอาชีพการผลิตเห็ดถุงสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี แต่ธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีการใช้ทรัพยากรหลายอย่างเป็นส่วนประกอบและต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ดังจะกล่าวต่อไป

อาชีพการเพาะเห็ดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ดีก็จริง ผู้ที่จะเริ่มดำเนินการธุรกิจด้านนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มาก ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องปัจจัยการผลิต  วิธีการผลิต  เงินทุน และการตลาด จึงจะส่งผลให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จและสามารถทำธุรกิจการผลิตเห็ดได้อย่างยั่งยืนปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ด ได้แก่ อาหาร  สภาพแวดล้อมประกอบด้วย อุณหภูมิ ความชื้น แสง และการถ่ายเทอากาศ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เพาะเห็ดสามารถควบคุมดูแลให้เป็นไปตามความต้องการของชนิดเห็ดได้ระดับหนึ่ง  เนื่องจากจะมีการดูแลที่แน่นอน  แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ยากในการควบคุมซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่มีความสำคัญ ดังนี้

เชื้อเห็ด  นับเป็นสิ่งที่ผู้เพาะเห็ดให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากผู้เพาะเห็ด ส่วนใหญ่ต้องสั่งซื้อเชื้อจากผู้ผลิตเชื้อเห็ด  ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟางหรือเห็ดถุงก็ตาม หากผู้ผลิตเชื้อเกิดปัญหาในด้านการผลิต ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตและขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีพระราชบัญญัติคุ้มครองในส่วนของเชื้อพันธุ์เห็ด ทำให้ผู้เพาะเห็ดเกิดความกังวลในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นหน่วยงานราชการจึงเข้ามาช่วยกำกับดูแลในเบื้องต้นโดย มีการทดสอบ ตรวจสอบกระบวนการผลิตหรือให้คำปรึกษาแนะนำที่ถูกต้อง อันจะเป็นการช่วยพัฒนาการผลิตเชื้อเห็ดให้ได้คุณภาพ  ตลาด เป็นปัจจัยที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดทั้งรายเก่าและรายใหม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องทุกระดับ เนื่องจากเห็ดเป็นพืชที่เน่าเสียง่ายชนิดหนึ่ง จึงต้องประสบกับปัญหาเช่นเดียวกับพืชอื่น ๆ ดังนั้น การเข้าใจระบบตลาดเป็นอย่างดี จะทำให้สามารถวางแผนการผลิตได้สอดคล้องกับการตลาดได้  โดยเฉพาะถ้าได้มีการดำเนินการการผลิตแบบครบวงจรทั้งในรูปแบบการส่งสดและแปรรูปจะทำให้ลดความเสี่ยงในการผลิตลงได้

13 Novความยั่งยืนของอาชีพทำฟาร์มเพาะเห็ด

สภาพสังคมในปัจจุบันมนุษย์เราได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่นด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่งทรัพยากรมีน้อยลง จึงมีความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการประกอบอาชีพด้านการเกษตร มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์จากการประกอบอาชีพให้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น อาชีพการเพาะเห็ดฟาง จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้โดยการใช้วัสดุเหลือใช้ ในการประกอบอาชีพมาสร้างรายได้และการมีงานทำอย่างยั่งยืนของประชาชน

การเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้สำหรับเกษตรกร และส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ เพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องส่งเสริมอาชีพการเกษตรทุกประเภท และรู้สึกอิมเอิบใจที่นักเรียนเกษตรกรหลายคนสามารถเอาทักษะนี้ไปทำเป็นอาชีพได้หลังการอบรม แต่ก็มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดหลายๆรายถามเสมอถึงความยั่งยืนของอาชีพเพาะเห็ด การเพาะเห็ดไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลัก สิ่งสำคัญผู้ประกอบการฟาร์มเห็ดควรต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ

1.มีความกระตือรือร้น และรักการศึกษาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ไปตลอดชีวิต วิชาการเพาะเห็ดมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตอยู่ตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องติดตามเรียนรู้อยู่เสมอ
2.รู้จักประยุกต์ ดัดแปลง อุปกรณ์-เครื่องมไม้เครื่องมือ และเทคนิควิธีการในการผลิตให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง
3.อดทนต่อการรุกรานของศัตรูเห็ด เขาบอกว่าอาชีพอื่นเริ่มต้นยากแต่ทำไปนานๆจะชำนาญและง่าย แต่อาชีพเพาะเห็ดเริ่มต้นทำง่ายๆ แต่ต่อไปจะยิ่งยากเพราะศัตรูพืชใหม่จะแวะเวียนมาเยี่ยมตลอดเวลา แก้ไขปัญหาหนึ่งได้ก็เจอปัญหาใหม่ นักเพาะเห็ดจึงต้องใจยาว และอดทนเสมอ
4.ลดต้นทุนโดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มาก และต้องมีวัสดุหลัก(ขี้เลื่อย)ที่มีสำหรับการผลิตสม่ำเสมอ
5.ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ความยั่งยืนจะเกิดได้ต้องผลิตก้อนเชื้อเห็ดด้วยตนเองในที่สุด นักเพาะเห็ดหลายรายยินดีกับการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกเพราะไม่เสี่ยงต่อก้อนเสีย แต่ทำไปๆไม่คุ้มทุนเพราะเวลาเห็ดเยอะราคากลับถูก เวลาเห็ดแพงกลับไม่มีดอกเห็ดให้เก็บ และต้นทุนการผลิต(ค่าก้อน)ก็สูงครึ่งหนึ่งของการผลิตเอง จึงแนะนำให้ทำก้อนเชื้อเองดีที่สุด
6.ผลิตเห็ดป้อนตลาดในท้องถิ่นเป็นหลัก(หนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์ม หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งฟาร์มประมาณนั้น)อย่าเน้นตลาดกลางที่อยู่ห่างไกลเพราะเห็ดขนส่งไกลไม่ได้ น้ำมันแพง
7.เน้นชนิดเห็ดที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นเห็ดที่ชอบ เช่น ท้องถิ่นต้องการเห็ดนางฟ้า แต่ใจสมัครรักการเพาะเห็ดหอมจีน คนท้องถิ่นไม่ทานเห็ดหอมจีนก็เจ๋ง เพาะเห็ดอื่นๆได้เป็นผลผลิตเสริม และเพื่อการศึกษานิสัยใจคอเตรียมการสำหรับอานาคต
8.เงินที่ได้จากการขายผลผลิตเป็นทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กำไร พึงระลึกว่าเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตต้องจักสรรเป็นทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่เช่นนั้น วัตถุดิบหมด ไม่มีเงินลงทุนใหม่ เพราะใช้เพลิน
9.วางแผนให้ได้ว่าจำหน่ายก้อนเป็นอาชีพเสริม หรือ อาชีพหลักดี หลายฟาร์มเคยเพาะดอกเห็ดต่อมาเห็นว่าขายก้อนเชื้อเห็ดดี เงินง่าย และเงินก้อน จึงขายก้อนจนไม่มีดอกเห็ดขาย ตลาดที่เคยรับซื้อดอกเห็ดเมื่อได้ดอกเห็ดไม่สม่ำเสมอก็ไม่รับอีกต่อไปจึงเสียตลาด ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขายก้อนก็ได้เงินไว ได้เงินเป็นก้อน ไม่เสี่ยง แต่จะมีคนซื้อส่ม่ำเสมอหรือไม่ ขายดอกเห็ดก็ได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเงิน
10.ซื้อสัตย์กับลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจร หรือ ลูกค้าประจำ เก็บดอกเห็ดในระยะที่เหมาะสม ไม่แก่ ไม่เปียก ไม่แก้งเกินไป ไม่พ่นสารเคมี สด สะอาด

14 Octวิจัย และพัฒนาเห็ดให้เข้าสู่การเป็นเห็ดอุตสาหกรรม

ในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ได้พัฒนาพันธุ์เห็ดพื้นเมืองให้เป็นพันธุ์การค้า โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง และผลิตจำหน่ายจนเป็นเห็ดเศรษฐกิจจำนวนหลายชนิด เห็ดเศรษฐกิจทั้งหลาย นอกจากผลิตเพื่อบริโภคสดหรือทำให้แห้ง ส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานและหลายสถาบันที่ศึกษา วิจัย และพัฒนาเห็ดให้เข้าสู่การเป็นเห็ดอุตสาหกรรม ตัวอย่างเห็ดอุตสาหกรรมในต่างประเทศ มีการแบ่งแยกตามชนิดของการประกอบการได้หลายสาขา เช่น

1. ประกอบการเป็นอาหาร ในลักษณะรูปแบบของเห็ดบรรจุกระป๋อง บรรจุขวด ซึ่งเห็ดที่นำมาใช้เป็นทั้งเห็ดป่า (wild mushrooms) หรือเห็ดพื้นเมืองที่เกิดเองในสภาพธรรมชาติ เช่น เห็ดกลุ่มเอคโตไมคอร์ไรซา (ectomycorrhizal mushrooms) เห็ดโคน (termite mushrooms) ที่ขึ้นที่จอมปลวก รวมทั้งเห็ดปลูก (cultivated mushrooms)

2. ประกอบการอาหารเสริม (dietary supplements) อาหารสุขภาพ (Nutriceutical products) ชนิดเห็ดที่นิยมใช้ได้แก่ เห็ดเข็มเงิน เข็มทอง (Flammulina velutipes)

3. ประกอบการเป็นยา (drug) หรือเป็นผลผลิตทางเภสัชกรรม (Phamaceutical products) ชนิดเห็ดที่นิยมใช้ได้แก่ เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) เห็ด Grifola frondosa , เห็ดหอม (Lentinula edodes) ซึ่งสารประกอบที่สกัดมาใช้เป็นสารพวก PSPC (Polysaccharide Protein Complex) และ Tricholoma mongolicum มีไกลโคโปรตีนชนิดแลกติน (lectin)

4. ประกอบการผลิตเครื่องสำอาง (Cosmetic agents) เช่น เป็นสารปรับผิวให้ขาว (skin whitening) ชนิดเห็ดที่นิยมใช้ได้แก่ เห็ดหอม (Lentinula edodes) เห็ดหูหนูขาว (Tremella fuciformis) เห็ดหลินจือ(Ganoderma lucidum)

5. ประกอบการใช้ผลิตเอนไซม์ ได้แก่ เซลลูโลไลติกเอนไซม์ เซลลูเลส ไซแลนเนส ไคติเนส เพอ-รอกซิเดส และเอนไซม์ไทโรซิเนส ชนิดเห็ดที่นิยมใช้ได้แก่ เห็ดสกุลนางรม

6. ประกอบการสารควบคุมทางชีวภาพ (Biological control) ยับยั้งจุลินทรีย์หลายชนิด เช่นเห็ดที่ใช้ควบคุมราสาเหตุโรคพืช ได้แก่ Oudemansiella radicata เห็ดที่ควบคุมแบคทีเรียสาเหตุโรคพืชบางกลุ่ม

7. ประกอบการเป็นสีย้อมใช้ย้อมเส้นด้าย ชนิดเห็ดที่นิยมใช้ได้แก่ เห็ดใน Order Aphyllophorales เช่น Phaeolus schweinitzii, Innotus radiotus, Ganoderma resinaceum และ Pisolithus tinctorius

8. ประกอบการรักษาสิ่งแวดล้อม (Mycoremediations) ได้แก่ การใช้เห็ด Gloeophyllum trabeum Poria monticola กำจัดและลดกลุ่มโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ทองแดง หรือทำลายไดออกซิน(dioxin) ด้วยเห็ด Phlebia brevispora และ Pleurotus spp. บำบัดน้ำเสียจากสีย้อมด้วยเห็ด Pleurotus ostreatus

9. ประกอบการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในดิน ด้วยการเติมก้อนเชื้อเห็ดหรือวัสดุใช้เพาะเห็ดแล้วลงสู่ดินที่มีปัญหาขาดธาตุอาหาร สามารถช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น ช่วยการปลูกพืชได้ต่อไป